Browse By

Category Archives: Fashion

SWATCH สร้างความสดใสให้ซัมเมอร์นี้ กับ ‘Energy Boost’

SWATCH (สวอท์ช) ชวนคุณสร้างความสดใสให้กับฤดูที่ร้อนแรงที่สุดของปี ด้วยนาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของสปริง-ซัมเมอร์ 2019 นี้ กับ Energy Boost คอลเลคชั่นที่นำเสนอการผสมผสานแบบฟิวเจอร์ริสติกระหว่างเทคโนโลยีและการออกแบบด้วยสีสันสู่ศิลปะสไตล์สตรีทอาร์ทและป็อปอาร์ท โดยหยิบเอาการตัดกันของผลไม้หลากสีสันมาใช้ในการดีไซน์นาฬิกา 3 รูปแบบ ที่ไม่เพียงนำเทรนด์ แต่ยังให้คุณได้สัมผัสความสดชื่นของน้ำผลไม้และสมูตตี้ที่จะมาช่วยสร้างความเฟรชเติมวิตามินให้กับซัมเมอร์นี้ของคุณ ดีไซน์รูปแบบแรก SWATCH หยิบเอาผลไม้หน้าร้อนมาเป็นจุดเด่น สร้างความสดชื่นทุกครั้งที่ก้มลงดูเวลาบนข้อมือ เริ่มต้นด้วยรุ่น COEUR DE MANGUE ตัวเรือนโปร่งใสสีเหลืองคู่กับหน้าปัดลายมะม่วงตัวแทนของทรอปิคอลฟรุต เพิ่มลูกเล่นด้วยการนำคำว่า ‘mango vitamin’ ใช้แทนตัวเลขบนหน้าปัด มาพร้อมสายซิลิโคนสีส้มไล่โทนที่ให้ความรู้สึกถึงความฉ่ำและสุกงอมของมะม่วงในหน้าร้อน  BANANA SLIP เรือนเวลาโดดเด่นด้วยสายซิลิโคนสีฟ้าพิมพ์ลายโพลก้าดอทสีฮอตพิงค์ แมชเข้ากับหน้าปัดสีเดียวกัน พาดด้วยลายกล้วยสุกปลอกเปลือกที่ด้านบนของหน้าปัด และเข็มบอกเวลาสีฟ้านีออนที่ช่วยให้อ่านเวลาได้ง่าย อีกหนึ่งรุ่นที่โดดเด่นไม่แพ้กัน BIKIWI ดึงเอาผลไม้รสเปรี้ยวอย่างกีวี่มาเป็นคอนเซปต์หลักในการสร้างเอเนอร์จี้ความสดชื่น โดยจุดเด่นอยู่ที่หน้าปัดพิมพ์ลายสามมิติของผลกีวี่ฉ่ำน้ำ พร้อมด้วยสายซิลิโคนสีเขียวสดใส นอกจากทรอปิคอลฟรุตแล้ว SWATCH ยังเลือกเอาผลไม้เมืองหนาวสีสดมาสร้างสรรค์นาฬิกาอีก 2 รุ่น อย่าง TOILE FRAISEE ที่ให้ความรู้สึกถึงการไปปิคนิคที่สวนสาธารณะในช่วงซัมเมอร์ ด้วยตัวเรือนเวลาโปร่งใสสีแดงเข้ากันอย่างลงตัวกับหน้าปัดและสายซิลิโคนลายแถบขาว-แดง ทับด้วยลายสตรอเบอร์รี่สีสด เพิ่มดีเทลความน่ารักด้วยการใช้รูปเม็ดสตรอเบอร์รี่แทนตัวเลขบนหน้าปัด ปิดท้ายดีไซน์รูปผลไม้ด้วย CERISE MOI ตัวเรือนและสายซิลิโคนสีขาวช่วยเสริมความโดดเด่นให้ลายเชอร์รี่บนสายและหน้าปัดสีแดงมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น เรือนเวลารูปแบบต่อมายังคงไว้ซึ่งความสดใส แต่เน้นให้สามารถสวมใส่ แมทช์เข้ากับเสื้อผ้าได้ง่ายขึ้น ดีไซน์สร้างความโดดเด่นสะดุดตาด้วยเส้นตรงกลางสายซิลิโคนที่ใช้สีขาวตัดกับสีสันสดใสของซัมเมอร์ จึงช่วยให้เรือนเวลาไม่ดูฉูดฉาดจนเกินไป มีให้เลือกถึง 4 รุ่นด้วยกัน LEMONCELLO ด้วยชื่อรุ่นคล้ายกับเหล้าเลม่อนอันโด่งดังของอิตาลี เข้ากับตัวเรือนและสายซิลิโคนสีเหลืองสดใสกับหน้าปัดซันบรัช (sun-brushed) สีเหลืองที่สะท้อนประกายสวยเมื่อโดนแสง สกรีนเลขหน้าปัดสีขาว พร้อมแถบบอกวันและเดือนบริเวณ 3 นาฬิกา SANGUINELLO ดีไซน์แพทเทิร์นเดียวกันที่เปลี่ยนตัวเรือนและสายเป็นสีแดงให้ความรู้สึกถึงที่มีพลัง ส่วนอีก 2 รุ่น

Coach คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี 2019

และอีกหนึ่งคอลเลคชั่นสุดชิคที่สาวๆ หลายคนรอคอย กับคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี 2019 Coach ครั้งนี้ทางแบรนด์ได้นำเสนอกรอบแว่นที่หรูหราและมีความร่วมสมัย ด้วยรูปทรงที่เท่และ คลาสสิกหวนให้นึกถึงการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ และได้ปรับรายละเอียดอันเป็นซิกเนเจอร์ให้ทันสมัยขึ้น รวมถึงมีฝีมือการ ออกแบบที่ล้ำสมัย ซึ่งคอลเลคชั่นนี้ทำให้เกิดเป็นไลฟ์สไตล์แบบอเมริกันคลาสสิกของ Coach มาพร้อมความหรูหราและการ สรรค์สร้างที่ทันสมัย แต่ละโมเดลประกอบด้วยรายละเอียดที่ประณีตและธีมที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ เช่น เรื่องราวที่ใช้ดอก Tea Rose แสดงถึงความ เป็นเฟมินีนที่ดูสดใส และโลโก้ตัว C แกะสลักที่มาคู่กับขาแว่นแบบโค้งอันเป็นตำนานของ Coach การออกแบบที่เป็นทรงหนาและมีความแวววาวมาในสีที่มีชีวิตชีวารวมถึงมีกลิตเตอร์เพื่อให้เป็นแฟชั่นที่ดูสนุกสนานและสามารถใส่ได้ทุกโอกาส จะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง ไปชมกันเลยค่ะ HC 7101B แว่นทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ดูโดดเด่นด้วยโครงแว่นจากวัสดุแบบผสม ซึ่งแต่งเพิ่มด้วยตัวเชื่อมแกะสลักและตกแต่งด้วย Tea Rose ไว้ด้านหน้า ขาแว่นแบบโค้งอันเป็นตำานานของ Coach กับโลโก้แกะสลักตัว C ที่แต่งด้วยคริสตัลมีให้เลือกในสีเทา/ม่วงมันเงาที่มีกลิตเตอร์สีใสกับขาแว่นสีเทามันเงาพร้อม เลนส์สีฟ้าชมพูไล่เฉดสี และสีโรสโกลด์มันเงา/ชมพูโปร่งแสงกับขาแว่นสีโรส โกลด์มันเงาพร้อมเลนส์สีชมพูไล่เฉดสี HC

ROXY POP SURF 2019 FEATURING ECO FABRICATION

Roxy POP Surf 2019 คอลเลคชั่นแรกในปี 2019 ที่โดดเด่นของ Roxy สร้างสรรค์แนวคิดและเทคโนโลยีใหม่ๆในตัวสินค้าทุกๆซีซั่นให้ตื่นตาตื่นใจ สำหรับในปี 2019 นี้ Roxy POP Surf มีเป้าหมายที่อยากจะทำให้โลกของเรามีชีวิตที่ดีขึ้น และในซีซั่นนี้ได้สอดแทรกการอนุรักษ์ธรรมชาติเชิงนิเวศโดยใช้ชื่อว่า Roxy Pop Surf Featuring Eco Fabrication คือการนำขยะกลับมา recycled ขยะเหล่านั้นจะถูกนำมาแปรรูปเป็นเส้นใยและผ้า จากนั้นนำมาตัดเย็บเพื่อสร้างชุดว่ายน้ำในคอลเลคชั่น Pop Surf 2019 เนื้อผ้าถูกเย็บอย่างประณีต อีกทั้งยังใช้นวัตกรรม Xtra Life Lycra® ซึ่งช่วยให้เนื้อผ้าทนทานต่อคลอรีนได้มากกว่าผ้าทั่วไปถึง 10 เท่าแถมยังมีความยืดหยุ่นสูง กระชับรูปร่างของสาวๆ ได้เป็นอย่างดี และยังสามารถป้องกันรังสี UV ได้ถึง UPF 50+

BOLON  เปิดตัวคอลเลคชั่นแว่นตา Spring/Summer 2019

โบลอง (BOLON) แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ดีไซน์จากประเทศอิตาลีผู้นำเสนอผลิตภัณฑ์แว่นกันแดดและแว่นสายตาแฟชั่นที่ผลิตด้วยวัสดุคุณภาพสูง เปิดตัวคอลเลคชั่น Spring/Summer 2019 ด้วยแคมเปญ “I SEE ME” เพื่อการยกย่องเอกลักษณ์เฉพาะตัวและการยอมรับตัวตนผ่านการเคารพในความหลากหลายของผู้คนในสังคม โดยมีดารานางแบบสาวชื่อดัง “ใหม่” ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำประเทศไทยเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน   แว่นตาโบลอง (BOLON) ในคอลเลคชั่น Spring/Summer 2019 นำเสนอดีไซน์ที่สวยงามทันสมัย ความหรูหรา และเข้ากับเทรนด์แฟชั่นล่าสุดซึ่งถือเป็นจิตวิญญาณแห่งการออกแบบของโบลอง (BOLON) แบรนด์ชื่อดังระดับโลกได้ผนวกจิตวิญญาณนี้เข้ากับงานออกแบบแฟชั่นระดับสูงในการสร้างสรรค์แว่นตาสไตล์คลาสสิกแนวร่วมสมัย ผสานการใช้วัสดุสมัยใหม่คุณภาพเยี่ยม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการออกแบบแว่นตาทุกชิ้นคือผลงานศิลปะอันเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ โดยคอลเลคชั่นใหม่ในปี 2019 นำเสนอแว่นกันแดด 6 ซีรี่ส์ และกรอบแว่นสายตา 3 ซีรี่ส์ แต่ละซีรี่ส์นำเสนอความโดดเด่นและสไตล์ที่แตกต่างกันทั้งแนวคลาสสิก หรูหรา เก๋ไก๋ และทันสมัย ตอบรับกับสไตล์ของผู้สวมใส่ที่แตกต่างได้อย่างลงตัว

“FROM LAND TO WATER” ตอบโจทย์ทุกเส้นทางด้วยรองเท้า Quiksilver Amphibian Plus Slip-On Shoes ไร้เชือก ไร้ข้อบกพร่อง

Quiksilver ภูมิใจนำเสนอรองเท้า Amphibian Plus Slip-On Shoes รองเท้านวัตกรรมใหม่ที่จะพาคุณไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหรือทะเล ได้รับการออกแบบและพัฒนาให้มีคุณภาพสูงสุดพร้อมตอบโจทย์ทุกๆ กิจกรรม การสร้างสรรค์ชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบกันเป็นรองเท้าสามารถที่ระบายอากาศได้ทุกช่องทาง และที่สำคัญพื้นรองเท้ามีรูระบายน้ำให้สามารถไหลผ่านได้ทันทีและป้องกันเศษหินทรายเข้ามาในรองเท้าได้ด้วยเช่นกัน จะอยู่บนพื้นดินหรือในน้ำก็สบายหายห่วง ลดปัญหาการเกิดอาการบาดเจ็บ สวมใส่สบายแม้ไม่ได้ใส่ถุงเท้า อีกทั้งได้รับการผลิตโดยใช้เทคโนโลยี Lava XL™ ( zeolites ) เทคโนโลยีช่วยลดกลิ่นอับ ด้วยพลังของ Zeolites เป็นแร่ธาตุธรรมชาติที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและผิวหนัง ทำมาจากเถ้าภูเขาไฟสามารถจับโมเลกุลของกลิ่นทำให้รองเท้าของคุณมีกลิ่นสดชื่นหมดกังวลแน่นอน เทคโนโลยี Hydrobound™ แผ่นรองเท้านุ่มพิเศษเชื่อมต่อกันระหว่างพื้นรองเท้าและยางของรองเท้าและยังมีพื้นยางรองเท้าแบบ Volcanic นอกเหนือจากนั้นยางรองเท้าด้านนอกถูกพัฒนาโดยบริษัท Michelin ที่ใช้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนเป็นส่วนประกอบในการเชื่อมชั้นรองเท้าทั้งสองชิ้นระหว่างยางด้านนอกและยางด้านในเข้าด้วยกัน ซึ่งสามารถช่วยในการยึดเกาะบนพื้นผิวที่เปียกแม้กระทั่งบริเวณริมน้ำโขดหินได้เป็นอย่างดี รองเท้าสุดล้ำคู่นี้พร้อมพาคุณไปทุกที่ ไม่ว่าจะไปเดินป่า,เดินเขา,ทะเล หรือแม่น้ำ เจอหิน,ทราย หรือโขดหินทะเลก็หมดห่วง น้ำหนักเบา ทำความสะอาดง่าย ใส่สบายให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเท้าเปล่า ในราคา 3,250

BALENCIAGA SUMMER 19 คอลเล็กชั่นฤดูร้อน 2019 ของ Balenciaga

รูปแบบการสร้างแพทเทิร์นอันชาญฉลาดคือหัวใจหลักในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าในคอลเล็กชั่นนี้ พลังและความคิด สร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นและขับเคลื่อนบาเลนเซียก้าในตอนนี้ก็คือนวัตกรรมในการตัดเย็บ ซึ่งเกิดมาจากการค้นพบวิธีการ จัดโครงสร้างในสไตล์งานสถาปัตยกรรมรูปทรงใหม่ให้กับเสื้อผ้า การทดลองนี้เกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ในการสร้างรูปแบบแจ็กเก็ต และโค้ตแบบสามมิติขึ้นมาสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง กระบวนการนี้เองเป็นเสมือนการ หล่อหลอมงานในแบบเทเลอร์และงานกูตูร์ไว้ด้วยกัน สู่เสื้อผ้าในรูปแบบใหม่ที่ผู้คนสวมใส่กันจริงๆในแบบปัจจุบันนี้ ช่วงไหล่แบบใหม่ : ไหล่ทรงกล่องสี่เหลี่ยม การขยายช่วงหัวไหล่ของตัวเสื้อให้ยาวขึ้น และไม่มีแผ่นหนุนไหล่ งานเทเลอร์แบบใหม่ : ใช้การตัดเย็บในแบบงานเทเลอร์กับการตัดเย็บเสื้อเชิ้ตและกางเกง ซิลูเอ็ตต์ชุด : สร้างซิลูเอ็ตต์ของชุดโดยเห็นได้จากด้านหน้า โดยเฉพาะโครงชุดแบบรูปตัว C ปกเสื้อตั้ง สร้างความ ดรามาติก และชุดกระโปรงเย็บด้วยเทคนิคตะเข็บเดี่ยว งานโอต์กูตูร์ที่สวมใส่ง่าย : ชุดกระโปรงหรือชุดสูทสองชิ้นสำหรับสวมใส่งานตอนเย็นสร้างสรรค์ขึ้นด้วยการจับ เดรป รูปทรงของกระโปรงเป็นทรงแจกันหลากหลายแบบ เสื้อผ้าสามารถสวมใส่แล้วเคลื่อนไหวได้อย่างสง่างาม วิดีโอที่ปรากฏอยู่บนอุโมงค์และพื้นรันเวย์กำกับโดย Jon Rafman     The Ride Never Ends: การเดินทางอันไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับคอลเล็กชั่นฤดูร้อนปี

แสงสว่างบนข้อมือ Bell & Ross BR03-92 Bi-Compass

Bell & Ross ( เบล แอนด์ รอส ) สร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแสดงถึงพลังความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณแห่งการคิดค้น  ล่าสุด เผยโฉมนาฬิกาสปอร์ตหรูรุ่นใหม่อย่าง BR03-92 Bi-Compass มาพร้อมกับระบบกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ที่มีความแม่นยำอย่างสูงระดับไมครอน  ตัวเรือนที่ถูกรังสรรค์ด้วยเซรามิกสีดำด้านขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42.0 มิลลิเมตร จากวัสดุน้ำหนักเบาคุณภาพสูงเพื่อลดผลกระทบต่อพลังงานสำรองและความเที่ยงตรงของกลไก ชุดเข็มกลางเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนว่า หน้าปัดใช้แซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อน ซึ่งสามารถป้องกัน แสงสะท้อนที่รบกวนสายตา ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้อ่านค่าบนหน้าปัดได้ง่ายในเวลากลางวันและกลางคืน  อ่านค่าได้เที่ยงตรงแม้จะมองในชั่วพริบตาเดียว แถมยังกันน้ำลึกได้ถึง 100 เมตร BR03-92 Bi-Compass มีต้นแบบมาจากคอลเลคชั่นนาฬิกาสุดหรูที่ใช้นวัตกรรมการแสดงค่าเวลาอันล้ำยุค อาทิ BR01 Radar, BR01 Altimeter และ BR01 Climb ซึ่งเทคโนโลยีชั้นสูงนี้นำมาตรวัดที่ใช้ในวงการอุตุนิยมวิทยาการบิน ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ เฝ้าระวัง คอยติดตามและรายงานสภาวะอากาศจึงมีความแม่นยำสูงมาใช้ ด้วยดีไซน์ที่เพิ่มความชัดเจนในการอ่านค่า นักออกแบบของ เบล

Landmee ความงดงามของแฟชั่นช่วงซัมเมอร์

คึกคักรับซัมเมอร์ แบรนด์สุดแซ่บที่มาแรงอย่าง Landmee’ (แลนด์มี่) นำโดย เนตรดาว วัฒนะสิมากร พาชมคอลเลกชั่นประจำฤดูกาล Spring/ Summer 2019 ‘French Kiss’ (สปริง/ซัมเมอร์ 2019 เฟรนช์ คิส) ที่ได้รับแรงบันดาลใจ จากภาพถ่ายนับร้อยผลงานจัดจ้านของช่างภาพแฟชั่นชาวฝรั่งเศสชื่อดังแห่งยุคอย่าง Guy Bourdin (กี บูร์แด็ง) ที่บันทึกไว้ในช่วงปี 1970-1980 เรียกว่าคอลเลกชั่น ‘French Kiss’ คือบริบทของสาวยุคใหม่ที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์ ที่สื่อสารความเป็นผู้หญิงออกมาไว้อย่างสมบูรณ์ อันประกอบไปด้วยรายละเอียดการออกแบบของคอลเลกชั่นที่เต็มไปด้วยลูกไม้ ลวดลายทอเองถูกนํามาย้อมสีด้วยมือตกแต่งบนเดรสยาว สอดแทรกความอ่อนหวานแบบเฟมินีนเคียงคู่ไปกับการการใช้รูปโบว์เป็นสัญลักษณ์ที่เปรียบเสมือนรอยจูบ และโดดเด่นด้วยดีเทลการปักที่ซับซ้อนด้วยมือพร้อมเทคนิคการตัดเย็บอันประณีต  โดยภายในงานอบอวลไปด้วยบรรยากาศของความสนุก สดใส เต็มไปด้วยความรักในแบบคอลเลกชั่น “French Kiss” ภายในคอนเซ็ปต์สโตร์ที่เนรมิตให้ทุกพื้นที่สดใสไปด้วยโทนสีชมพูกับธีม ‘Pink Paradise’  เพื่อต้อนรับเซเลบริตี้คนดัง อาทิ แต้ว–ณฐพร

Levi’s Engineered Jeans จากแฟชั่นไอคอนยุค90 สู่มิลเลียนเนี่ยลสตรีทแฟชั่นแวร์

ลีวายส์® (Levi’s®) โดย ดีเคเอสเอช ประเทศไทย เผยโฉมปฐมบทแห่งกางเกงยีนส์ “ขาบิด” ลีวายส์ เอนจีเนียร์ ยีนส์ (Levi’s Engineered Jeans™) นำไอคอนนิคสุดคลาสสิคที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุค 90 ให้กลับมาโลดแล่นในวงการแฟชั่นอีกครั้ง ด้วยนวัตกรรมการออกแบบที่เข้าใจสรีระศาสตร์ อันเป็นเอกลักษณ์ผสมผสานกับเทคโนโลยีการออกแบบในยุคปัจจุบัน เกิดเป็นวัฒนธรรมยีนส์แห่งอนาคต ที่ออกแบบเพื่อตอบสนองทุกสไตล์และความเคลื่อนไหว ของผู้สวมใส่ให้สมบูรณ์แบบที่สุดในทุกอริยาบท ตอบโจทย์เหล่าสาวก ลีวายส์® และผู้ชื่นชอบการแต่งตัวสไตล์สตรีทแฟชั่นที่กำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก หลังจากที่ ลีวายส์® สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยีนส์ จากอดีตที่ใช้สวมใส่เฉพาะในโรงงาน อุตสาหกรรม สู่ความเป็นไอเท็มแฟชั่นสุดคูลที่ทุกคนต้องมีไว้ในครอบครอง ด้วยคุณสมบัติของผ้าที่มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น รวมถึงการตัดเย็บที่มีการบิดโค้งซึ่งคำนึงถึงหลักสรีระศาสตร์ (Ergonomics) ที่ลีวายส์® เป็นผู้บุกเบิกที่สร้างความกระชับพอดีตามสรีระของผู้สวมใส่ นวัตกรรมนี้ถูกพัฒนาเรื่อยมาจวบจนในปี 1999 ลีวายส์® ได้นำเสนอกางเกงยีนส์รุ่นใหม่ Levi’s® Engineered Jeans™ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการสร้างสรรค์กางเกงยีนส์ โดย Levi’s®

COS เปิดตัวคอลเลกชั่น THE WHITE SHIRT PROJECT 8 เสื้อเชิ้ตสีขาวดีไซน์คลาสสิค

COS แบรนด์ดังจากกรุงลอนดอนส่งคอลเลกชั่น The White Shirt Project เอาใจแฟนคลับ COS ทั้งชายและหญิง นำเสนอ 8 เสื้อเชิ้ตสีขาวดีไซน์คลาสสิค ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของ COS อย่างสมบูรณ์แบบผ่านการออกแบบที่เรียบหรูและคัตติ้งสุดประณีต พร้อมขึ้นแท่นเป็นอีกหนึ่งคอลเลกชั่นจาก COS ที่ควรมีติดตู้เสื้อผ้า  สำหรับคอลเลกชั่น The White Shirt Project นี้ ได้ทีมดีไซเนอร์และช่างตัดเย็บของ COS มาครีเอทไอเดียร่วมกัน โดย อิง Non-linear Creative Process หรือขั้นตอนการออกแบบชิ้นงานจากการประติดประต่อจินตนาการของผู้ออกแบบเข้าด้วยกันและถ่ายทอดความสัมพันธ์ผ่านชิ้นงาน ผสมผสานเทคนิคการตัดเย็บเหนือชั้นอย่าง 3D Draping หรือการจับจีบที่สลับซับซ้อน โดย COS เริ่มต้นจากการนำเสื้อเชิ้ตสีขาวมาเลาะรูปทรง และรังสรรค์ผลงานขึ้นมาใหม่จากผ้าชิ้นเดิม Non-linear Creative Process ถือเป็นการเปิดโอกาสทางความคิดให้เหล่าทีมดีไซเนอร์