Browse By

Category Archives: Talk to expert

ทำความรู้จักกับ Plant Energy พลังจากธรรมชาติ

ครั้งแรกของการเปิดตัว Plant Energy พลังจากธรรมชาติ และกลิ่นหอมบำบัดที่มีผลกับอารมณ์ และสุขภาพ  ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องไม่ใหม่ แต่น้อยคนนักที่จะพอทราบและเข้าใจในเรื่องราวต่างๆ นี้ ครั้งนี้เลยได้ไปทำความรู้จัก พลังพืชบำบัด จากคุณโหน่ง เจ้าของและผู้บริหารแบรนด์สบายอารมณ์กันค่ะ เราไปเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันเลย ศาสตร์ ‘พลังพืชบำบัด’ (Plant Energy Therapy) พลังชีวิตจากธรรมชาติ ที่ช่วยให้เราได้สัมผัสความสุขสมดุลได้อย่างง่ายดายเพียงการสูดดม โดยที่ทางสบายอารมณ์เชื่อว่าความสุข ความสมดุลของกายและใจเรา ไม่อาจสร้างได้จากตัวเราเองเพียงลำพัง นั่นเป็นเพราะเราอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่มีการแลกเปลี่ยนพลังงานกันอยู่ตลอดเวลา เคยไหมที่กินอิ่ม นอนหลับเพียงพอ แต่ยังรู้สึกขาดเรี่ยวแรง ขาดพลังใจ นั่นเพราะความลับของการสุขสมดุลตามธรรมชาติคือการสร้างสมดุลระหว่างพลังชีวิตในตัวเรา กับพลังชีวิตที่ดีจากธรรมชาติรอบตัว ไม่ว่า แสงแดด สายลม อากาศบริสุทธิ์ ต้นไม้ฯลฯ พลังทั้งสองส่วนนี้ต้องถ่ายเทแลกเปลี่ยนกันอย่างพอดีสม่ำเสมอ และผสานกลมกลืนกันและกัน นี่คือกลไกของธรรมชาติที่ทำให้เรามีความสุขได้ในทุกวัน พลังพืชคืออะไร? ในธรรมชาติ ต้นไม้หรือพืชต่างๆ เป็นหัวใจสำคัญที่เกื้อกูลและเป็นที่พึ่งพามนุษย์เราในหลายๆ รูปแบบ

วิจัยใหม่เผยการดื่ม “ซุปไก่สกัด” ทุกวันช่วยเพิ่มความสามารถด้านการ “จดจำ” ของสมองได้

ปัจจุบันนี้ผู้คนมีการทำงานที่หนักขึ้น เวลาพักผ่อนน้อยลง ด้วยความที่ตารางงานแน่นทำให้บางครั้งลืมโน่นลืมนี่ไปบ้าง เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งได้พบงานวิจัยที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “ซุปไก่สกัด” ที่สามารถช่วยในการบำรุงสมอง จึงอยากนำข้อมูลมาแชร์ให้ได้อ่านกันเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจ โดยข้อมูลนี้มาจาก Brand Buffet แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีข่าวและกระแสต่างๆ ฉงนสงสัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของ “ซุปไก่สกัด” ล่าสุดมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ตีพิมพ์ผลการศึกษาแบบ Meta-analysis ชิ้นใหม่ เกี่ยวกับการบริโภค ซุปไก่สกัดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ในวารสารวิชาการ ‘Nutritional Neuroscience‘ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การดื่มซุปไก่สกัดทุกวัน ช่วยพัฒนาความจำเพื่อใช้ในการทำงาน (Working Memory) และเพิ่มความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการเข้าใจ นักวิจัยยังชี้ว่า การดื่มซุปไก่สกัดยังช่วยป้องกันปัญหาความจำถดถอยในผู้สูงอายุอีกด้วย ดร. จุง อึน คิม นักวิจัย และอาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า “เราทำการศึกษาโดยเริ่มจากการวิเคราะห์งานวิจัยจำนวน 1,760 ชิ้น ที่เกี่ยวกับการบริโภคซุปไก่สกัด ที่มีผลต่อการเพิ่มความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการเข้าใจ ก่อนที่จะทำการศึกษากับกลุ่มผู้เข้าร่วมทดลองจำนวน

เปิดใจ “ครูลิตา วรนิษฐ์” กว่าจะมาเป็นครูโยคะที่ทั้งสวยและเก่ง

ปัจจุบันนี้การออกกำลังกายเป็นเรื่องใกล้ตัวเพราะหนุ่มสาวๆ ในยุคนี้หันมาดูแลตัวเองมากขึ้น และโยคะก็เป็นการออกกำลังที่มีคนเลือกเป็นอันดับแรกๆ ครั้งนี้ Zoominstyle เลยจะพาไปรู้จักกับคุณครูคนสวย แห่ง มันตรา โยคะ ที่บอกเลยว่ากว่าจะเป็นครูลิตา วรนิษฐ์ คุณครูคนสวยที่มีลูกศิษย์มากมายแบบนี้ กว่า 10 ปีในวงการนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ก่อนหน้านี้ทำอะไรมาก่อนบ้างคะ ก่อนหน้านี้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ของสิงห์คอปอเรชั่นค่ะ  คือ ประกวดกัน 76 จังหวัด ได้ที่ 1 เราเป็นแอมบาสเดอร์ทำงานกับสิงห์ได้ประมาณ 5 – 6 ปี  ระหว่างทำงาน  พี่ๆ ก็บอกไปออกกำลังกายนะ เพราะเรากินขนมเยอะ มันทำให้เกิดเซลลูไลท์  ก็เลยไปฟิตเนส แล้วคนมันเยอะ มีคนมาคุยโน่นนี่นั่น  เรารู้สึกว่าไม่ค่อยชอบ  ก็เลยไปลองโยคะดู  ซึ่งพอได้ไปเข้าคราสโยคะ โทรศัพท์ก็ห้ามเอาเข้า แล้วฝึกในนั้นหนึ่งชั่วโมงครึ่ง  พอออกมาปุ๊บ รู้สึกว่ามันเหนื่อยก็จริง

อัพเดทนวัตกรรม Hybrid Breast และเทรนด์การเสริมหน้าอกในปี 2020 กับคุณหมอดารินทร์

แพทย์หญิงดารินทร์ ม่วงไทย แพทย์ศัลยกรรมผู้ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหลายสถาบัน เช่น สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย แพทยสภา ฯลฯ และผู้อำนวยการบริหาร เดอะ ซิบส์ คลินิค ไเปิดตัวนวัตกรรม Hybrid Breast เทคนิคการเสริมหน้าอกโดยการเสริมซิลิโคนร่วมกับการเติมไขมันตนเอง ณ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพ ฟอร์จูน โดยแพทย์หญิงดารินทร์ ได้กล่าวถึง เทรนด์การเสริมหน้าอกในปี 2019 – 2020 ว่า ‘กระแสตอนนี้ผู้คนส่วนใหญ่จะเริ่มหันมาเน้นความเป็นธรรมชาติมากกว่าแต่ก่อน ซึ่งสมัยก่อนผู้หญิง หรือผู้ที่สนใจจะเสริมหน้าอก ต้องการเสริมให้ดูมีขนาดใหญ่ อกตูมๆ แต่ช่วงนี้ก็หันมาเน้นให้ดูมีความธรรมชาติ ดูสมจริงมากที่สุด ซึ่งเดอะ ซิบส์ คลินิค เองก็ได้เน้นการเสริมหน้าอกในลักษณะที่เหมาะสมกับสรีระ ที่สำคัญ เน้นความเป็นธรรมชาติ และมองถึงความปลอดภัยในระยะยาว ที่สำคัญเราขึ้นชื่อด้านการศัลยกรรมเสริมหน้าอก และเป็นที่ยอมรับ มีชื่อเสียงแถวหน้าของประเทศไทย อยู่แล้ว จึงเป็นเหตุผลที่ได้มาเปิดตัวนวัตกรรม Hybrid

ทำยังไงถึงจะไม่ดื้อโบ 4 วิธีสังเกตุพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเรากำลัง “ดื้อโบ” และวิธีป้องกัน

ปัจจุบันการเดินเข้าคลินิกเสริมความงาม กลายเป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป เพราะใบหน้าและผิวพรรณที่แลดูสุขภาพดี จะช่วยเสริมบุคลิกภาพที่ดีและความมั่นใจต่อตัวบุคคลด้วย โดยหนึ่งในวิธีเสริมความงามที่เป็นที่นิยมของสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ไทยก็คือ การใช้ “โบทูไลนุ่ม ท็อกซิน” หรือที่เรียกกันสั้น ๆ “โบ” ที่ช่วยในเรื่องของการลดริ้วรอย ปรับใบหน้า ให้กระชับเข้ารูป เสริมความมั่นใจให้กับสาวๆ และด้วยความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นจึงทำให้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน มีตัวเลือกที่หลากหลาย และด้วยราคาที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้บริโภคหลายคนตัดสินใจเลือกเข้ารับบริการโดยที่ยังไม่ทันได้ศึกษาให้ดี สุดท้ายจึงนำไปสู่ความเสี่ยงที่ทำให้เกิดการ “ดื้อโบ” เมิร์ซ เอสเธติกส์ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมความงามจากเยอรมัน จึงได้เรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง รังสิมา วณิชภักดีเดชา ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาตราจารย์ ดอกเตอร์ ไมเคิล มาร์ติน

ความสำเร็จของผู้ออกแบบระดับโลก Tom Wright เจ้าของผลงานการออกแบบโรงแรม Burj Al Arab

ในโลกปัจจุบันที่การดีไซน์และนวัตกรรมดูเหมือนจะกลมกลืนอยู่ในทุกสิ่งในชีวิตประจำวัน รวมไปจนถึงการออกแบบอาคาร ที่นอกจากจะต้องคำนึงถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้แล้ว รูปลักษณ์ที่ดูทันสมัยสวยงามในด้านของงานดีไซน์ให้มีลักษณะโดดเด่นเป็นที่น่าจดจำ ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน ถ้าจะต้องยกตัวอย่างอาคารอันเป็นไอคอนนิคของโลกสักหลังหนึ่ง เพื่อสะท้อนให้เห็นผลงานทางสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นระดับโลกให้เป็นรูปธรรมและเข้าใจง่ายขึ้น ก็คงหนีไม่พ้น อาคารรูปทรงเรือใบอาหรับ อย่าง โรงแรม Burj Al Arab อันกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองดูไบไปเรียบร้อยแล้ว แลนด์มาร์กที่ใครๆ ต่างก็อยากจะไปเช็คอินสักครั้งหากมีโอกาสได้ไปเยือนประเทศดูไบ อาคารที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จที่ไม่ใช่เป็นเพียงของผู้ที่เป็นเจ้าของอาคารเท่านั้น แต่ยังเป็นความสำเร็จระดับประเทศของชาวเมืองดูไบ ที่ช่วยส่งเสริมให้เมืองนั้นกลายเป็นที่รู้จักของคนทั้งโลกอีกด้วย ทอม ไรท์ ผู้ออกแบบระดับโลกจาก บริษัท WKK Architects เจ้าของผลงานการออกแบบโรงแรม Burj Al Arab อาคารที่เป็นไอคอนนิกแห่งหนึ่งของโลกที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศดูไบ ด้วยแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกของโลกที่ ทอม ไรท์ ได้กล่าวไว้ในฐานะสถาปนิกที่มีชื่อเสียง คือ “แนวคิดในการทำงานของผม ผมคิดว่าถ้าอาคารๆ หนึ่งสามารถทำให้ผู้คนยิ้มได้ หรือทำให้คนมองเห็นแล้วรู้สึกถึงวันดีๆ นั่นคือความสำเร็จของเรา โดยการออกแบบนั้นจะต้องคำนึงถึงลักษณะเฉพาะหรือบริบทของแต่ละเมือง ซึ่งจะสะท้อนออกมาในรูปแบบการดีไซน์ที่แตกต่างกันออกไป” เมื่อเอ่ยถึงความสำเร็จแล้ว สำหรับ

งานผิวต้องมา! หมอโอ๊ค แนะนำ 5 วิธีดูแลผิวให้สวยใส ฉ่ำวาว แลดูสุขภาพดี แบบ ‘Glass Skin’

สำหรับสาวๆ นอกจากใบหน้าและรูปร่างที่ต้องคอยดูแลอย่างสม่ำเสมอแล้ว งานผิวก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะถ้าเรามีผิวที่เปล่งปลั่ง เรียบเนียน สดใส แลดูสุขภาพดี ก็จะช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูสดใส น่าเข้าใกล้ พร้อมเสริมเสน่ห์และความั่นใจให้กับสาวๆ ได้เลยทีเดียว เมิร์ซ เอสเธติกส์ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมความงามจากเยอรมัน จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมพูดคุยและอัปเดตเทรนด์ผิวประจำปี พร้อมแชร์วิธีการดูแลผิวให้สวยใส แลดูสุขภาพดี  ไม่ตกเทรนด์ กับ หมอโอ๊ค หรือ นายแพทย์ สมิทธิ์ อารยะสกุล จาก Smith Prive’ Aesthetique Clinic จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นตามมาดูกัน สำหรับเทคนิคการดูแลผิวให้ สวยใส ฉ่ำวาว เป็นธรรมชาติแบบ ‘Glass Skin’ ที่คุณหมอโอ๊คอยากแนะนำสาว ๆ มี 5 วิธี คือ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ จุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเองที่ดีในทุกด้าน ก็คือการเริ่มดูแลตัวเองจากภายใน

“ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์”  กับชีวิตที่ “วิจิตรบรรจง”

หากเอ่ยชื่อของ “ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์” CEO บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด  (มหาชน) ผู้นำด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของประเทศไทย น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เพราะเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการบ้าน คอนโด และทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ “พฤกษา” มายาวนานกว่า 25 ปี  ล่าสุดเนรมิต “เพิร์ล แบงก์ค็อก’ อาคารอนุรักษ์พลังงานทรงวงรีรูปไข่มุกแห่งแรกและแห่งเดียวของเมืองไทย ให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ หลายๆ คนต่างชื่นชมในความสำเร็จของเขา แต่จะมีใครเคยรู้หรือไม่ว่า “กว่าที่คุณทองมาจะประสบความสำเร็จเป็นเจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน เส้นทางชีวิตของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และยังต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มาอย่างมากมาย” คุณทองมาได้เล่าเรื่องราวชีวิตในวัยเด็กให้ฟังว่า สิ่งที่มีอิทธิพลและหล่อหลอมเขาให้ก้าวมาถึงทุกวันนี้ได้ คือ พ่อแแม่ และสภาพแวดล้อมของชีวิตในวัยเด็ก  เพราะเติบโตในครอบครัวที่เรียกได้ว่าค่อนข้างลำบาก พ่อขายกระเพาะปลา แม่ปลูกผักขาย ด้วยความที่พ่อแม่ต้องทำงานหนัก ทำให้ไม่มีเงินส่งเสียให้ลูกๆ ได้เรียนสูงๆ ตัวเองจบแค่ ป.4 ต้องหางานทำช่วยเหลือครอบครัว โดยเริ่มชีวิตทำงานด้วยการเป็นลูกจ้าง

OMEGA – Celebrating a Name Born in 1894

ก่อนหน้าที่บริษัทจะเป็นที่รู้จักกันในชื่อ OMEGA แรกเริ่มเดิมทีบริษัทถูกก่อตั้งขึ้นโดยช่างนาฬิกาหนุ่มนาม Louis Brandt เมื่อปี 1848 ซึ่งในเวลานั้นมีเพียงแค่เวิร์คช็อปขนาดเล็กตั้งอยู่ที่เมือง La Chaux-de-Fonds ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ความหลงใหลในความเที่ยงตรงของ Louis Brandt ทำให้เขามุ่งพัฒนาเรือนเวลาที่มีความเที่ยงตรงมากที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถประดิษฐ์ได้ ภายในไม่ก็ปี ชื่อเสียงในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาคุณภาพสูงของเขาก็เป็นที่รู้จักไปทั่วสวิตเซอร์แลนด์ และไม่นานก็โด่งดังไปทั่วยุโรป หลังจากการเสียชีวิตของ Louis Brandt ในปี 1879 บุตรชายทั้งสองคนของเขา – Louis-Paul และ César –  ก็ก้าวขึ้นมากุมบังเหียนธุรกิจของครอบครัวและได้รับอิทธิพลจากแรงบันดาลใจในความหลงใหลที่มีต่อการผลิตเรือนเวลาและความเที่ยงตรงของบิดา ทว่าทั้งสองต่างแทบไม่ได้ทราบได้เลยว่าชะตากรรมของพวกเขาได้ถูกกำหนดมาให้เป็นผู้ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมเรือนเวลาไปตลอดกาล ช่วงเวลาสำคัญมาถึงในปี 1894 เมื่อสองพี่น้องสกุล Brandt ทำการเปิดตัวกลไกรุ่นใหม่อย่าง คาลิเบอร์ 19-ลิญจน์ ซึ่งนับว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่เพราะกรรมวิธีการผลิตแบบใหม่ที่นำมาใช้ผลิตคาลิเบอร์  19-ลิญจน์ทำให้สามารถผลิตกลไกได้ปริมาณคราวละมากๆ จึงเป็นการปฏิวัติวงการและสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับการผลิตเครื่องบอกเวลาโดยทันที ไม่เพียงแต่กลไกที่ผลิตจะมีความเที่ยงตรงระดับสูง การเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่กลไกก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายไม่ต้องใช้ช่างนาฬิการายใดมาปรับแก้เพิ่มเติม การผสมผสานอย่างสมบูรณ์แบบของระบบขึ้นลานกับการตั้งเวลาเข้าไว้บนก้านเม็ดมะยมเดียวยังเป็นนวัตกรรมที่เขย่าวงการการผลิตเครื่องบอกเวลาและได้รับการใช้งานกันอย่างแพร่หลายจวบจนปัจจุบัน สองพี่น้องตั้งชื่อความสำเร็จครั้งใหม่ของพวกเขาว่า

จากแผงหน้าปัดนักบินสู่เรือนเวลาอัจฉริยะ เบล แอนด์ รอส

เบล แอนด์ รอส  (Bell & Ross) เรือนเวลาสัญชาติฝรั่งเศสที่มีฐานการผลิตที่เมืองนาฬิกาของโลกอย่างสวิตเซอร์แลนด์  จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส คาร์ลอส เอ รอซิลโล  (Carlos A. Rosillo) และดีไซเนอร์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ บรูโน่ เบลามิช (Bruno Belamich) พวกเขาก่อตั้งแบรนด์ในปี 1992 ทั้งสองมีความหลงใหลคลั่งไคล้ในอากาศยานอย่างมาก เบล แอนด์ รอส จึงใช้เทคโนโลยีการบิน โดยเฉพาะอุปกรณ์เครื่องมือการบินมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานเป็นต้นมา จุดกำเนิดของเรือนเวลานี้ เริ่มต้นจากการผลิตนาฬิกาพกซึ่งสมัยนั้นเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย โดยนาฬิกาพก เบล แอนด์ รอส ถูกผลิตให้กับเหล่าทัพทหารและนักบิน เพื่อใช้แสดงค่าเวลาขณะทำการบิน จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 1914 จากที่เคยผลิตนาฬิกาพกส่งให้กับเหล่าทัพทหารและนักบิน   ทางแบรนด์ได้มีการคิดค้นและผลิตนาฬิกาข้อมือเพื่อให้นักบินสามารถดูเวลาและยกแขนแสดงสัญลักษณ์ต่างๆขณะทำภารกิจได้อย่างสะดวก นับตั้งแต่นั้นมา เบล แอนด์ รอส  ก็ได้พัฒนาอุปกรณ์เครื่องมือวัสดุที่ใช้ในการผลิตตัวเรือนให้มีความแข็งแกร่งทนทานต่อทุกสภาวะการใช้งาน